วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

แนะนำการหารายได้ผ่านเสริมทางเนต

บทความสอนหารายได้ทางเน็ต รู้ทันธุรกิจแอมเวย์ และอื่นๆ
แนะนำหารายได้ทางเน็ต ซึ่งหารายได้ทางเน็ต ปัจจุบันอินเตอร์เนตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งเรากล่าวยุคปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบันมีผู้ใช้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 10.96 ล้านคน ซึ่งผลที่ตามมาคือช่องทางการหาผลประโยชน์ทางธุรกิจของหลายกลุ่มดังแสดงได้ดังต่อไปนี้


สิ่งที่คนให้ความสนใจ------------> โฆษณา----------> สินค้าที่โฆษณาขายได้
เช่นฟุตบอล,เล่นเนต


ต่อไปนี้คือการยกตัวอย่าง


เวปไซด์เกมส์----------> โฆษณาเครื่องเล่นเกมส์-------------> เครื่องเล่นเกมส์ขาย

ซึ่งสรุปได้ดังนี้ถ้าเราสามารถสร้างสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจคนกลุ่มใดได้จะมีคนมาลงadvertisement กับเราและสร้างรายได้จากคนที่มาลง adsvertisement กับเรา หรือถ้าจะให้ผมยกตัวอย่างอีกอย่างคือ



คนสนใจใช้ google --------> google adwords (advertisement google) -------ขายสินค้า


แล้วในชีวิตจริงเราสามารถหารายได้ทางเนตได้จากรูปแบบใดบ้าง ก่อนอื่นผมต้องแบ่งรายได้ออกเป็นสองประเภทดังนี้ครับ

1. รายได้แบบ ACTIVE ต้องออกแรงถึงจะมีรายได้ รายได้ประเภทนี้เช่น เงินเดือน นายหน้า รายได้ประเภทนี้เป็นรายได้ของ คนจน

2.รายได้แบบ Passive ไม่ต้องออกแรงก็มีรายได้ เช่น เป็นเจ้าของบริษัทโดยการเล่นหุ้น ,เป็นเจ้าของอาพารท์เมนต์ ซึ่งรายได้พวกนี้เป็นของคนรวย




ที่นี้มาเข้าเรื่องกันเราสามารถสร้างรายได้วิธีการใดบ้าง
1. การลงทุนในหุ้น โดยท่านสามารถไปซื้อหุ้นได้ที่
www.kimeng.co.th หุ้นคืออะไรเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่เรามีส่วนรวมเป็นเจ้าของกิจการ เช่นการระดมเงินไปเปิดร้านอาหารเป็นต้น ส่วนสถิติคนที่ได้กำไรจากในตลาดหุ้นนั้นเขากล่าวว่า 90 % ขาดทุน 5 % กำไร 5%เท่าทุน ดังนี้เห็นได้ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นเป็นการลงทุนที่ให้ความเสี่ยงเป็นอย่างมากแต่ถ้าทุกท่านลงทุนตามที่ผมบอกรับรองว่าไม่ขาดทุนในตลาดหลักทรัพย์แน่นอนครับ
เคล็ดลับ หุ้นที่ดีที่สุดในตลาดหลักทรัพย์คือ CPALL ครับ ถ้าทุกท่านมีเงินฝากธนาคารสามารถนำมาลงทุนในหุ้น CPALL แทนได้เลยครับรับรองไม่ขาดทุนแน่นอน

เงินฝากธนาคาร = CPALL (ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก)

ส่วนเหตุผลที่ไม่ขาดทุนแน่นอนเพราะผมเคยฟังธุรกิจแอมเวย์เล่าให้ฟังครับว่าธุรกิจดีมั่งคงมีลักษณะดังนี้
1. เป็นของใช้แล้วหมดไป
2. มีสาขาเยอะ
3.เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน


* จำไว้เลยนะครับ ตลาดหุ้นอาจไม่มีหุ้นที่ดีเลยก็ได้ แต่ในชีวิตผมมีหุ้นดีสุดแล้วคือ CPALL ครับ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการทำงาน เราอาจจะเรียนไม่เก่งไปตลอดเลยก็ได้ถึงแม้ว่าเราตั้งใจเรียนมากก็ตาม

ส่วนหุ้นอีกตัวที่มีอนาคตมากคือ CPF เป็นหุ้นของอาหารซึ่งเป็นของกินของใช้เช่นกันถ้าถือไว้ไม่มีขาดทุนแน่ๆครับ ผลิดภัณฑ์เช่น ไข่ไก่ , นม

แต่ส่วนตัวผมไม่แนะนำให้ลงทุนตัวนี้ผมเพราะขัดกับหลักศาสนาพุทธที่ว่า มิจฉาอาชีวะ
มิชชาอาชีวะ คืออะไร
1. การค้าอาวุธ
2. การค้ามนุษย์
3. การค้าสัตว์ขายเพื่อฆ่าเอาเนื้อ
4. การค้าของเมา(รวมทั้งสิ่งเสพติดทั้งหลาย)
5. การค้ายาพิษ

ซึ่งอ
ันนี้เป็นหลักของศาสนาพุทธนะครับ แต่ถ้านับถือศาสนาอื่นๆหรือไม่นับถือศาสนาเลยก็ซื้อได้ครับ



2.ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง ปัจจุบันมีหลายยี่ห้อและหลายเจ้า ยี่ห้อดังๆที่คนนิยม
ทำธุรกิจเครือข่ายขายตรงคือ แอมเวย์ครับ ปัจจุบัน คนมองภาพลักษณ์แอมเวย์ในแง่ลบส่วนมาก สาเหตุเนื่องจากมีคนแปลงแอมเวย์กลายเป็นลัทธิหนึ่ง


แอมเวย์--------------> ลักธิหนึ่ง
สาเหตุหลักคือระบบการชักชวนคนซึ่งสอนโดยพวก UPLINE ครับ ที่เวลาชวนคนไปทำแอมเวย์จะบอกว่าชวนไปทำแอมเวย์แบบตรงๆไม่ได้ ซึ่งจะชวนโดยใช้คำพูดที่อ้อมๆไปแต่สื่อถึงความหมายแอมเวย์แบบแฝงเช่น
-Project ODM,alticore,pick and pay ,forever and a day , brave berry ,buzzolution, ensogo , ebay, ground zero ,network twenty one ,corbizer คำเหล่านี้คือความหมาลของแอมเวย์ทั้งสิ้น
ซึ่งคนที่มาชวนผมทำแอมเวย์ส่วนมากมักจะชวนแบบอ้อมๆคือไม่พูดว่าชวนมาทำแอมเวย์ แต่ชวนแบบปิดแม้แต่เพื่อนสนิทยังบอกกันไม่ได้
และเซ็นเตอร์แอมเวย์ที่ไปจะเน้นแต่ความรวยและหรูหราโดยการแต่งตัวแพงของพวก UP line ซึ่งเป็นการใช้จิตวิทยาหมู่แสดงกลุ่มของผู็้้ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้เช่นประกาศว่าคนนี้ คนนี้เป็นนักธุรกิจระบบ platinum, ระดับdimond , เบื้องลึกของธุรกิจแอมเวย์คือของที่ประสบความสำเร็จธุรกิจแอมเวย์ส่วนมากมักจะซื้อสินค้าทำยอดเอง เช่น 300000 บาท ต่อเดือนเป็นเวลา 6 เดือนเนื่องจากการรักษายอดหกเดือนนั้นเป็นเรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับวงการธนาคารที่บังคับทำยอดซึ่งลูกค้าเป็นใครไม่ได้นอกจากพนักงานธนาคารและคนรู้จักธนาคารนั้นเอง เช่นนี้ทำให้ภาพลักษณ์แอมเวย์ดูแย่ลงเรื่อยๆในปัจจุบัน ดังจะอธิบายไปนี้


นาย A-----------> ชวนนาย B ทำแอมเวย์

นาย B----------->ภาพลักษณ์ติดลบแอมเวย์

นายC---------->ชวนนาย B ทำแอมเวย์

นาย B-------->ภาพลักษณ์แอมเวย์แย่มากขึ้น


ซึ่งเวลานานไปภาพลักษณ์แอมเวย์ในสายตาแย่ไปเรื่อยเนื่องจากโดนคนนี้คนนั้นชวนกันไปเรื่อยจนเกิดความรำคาญ แอมแวย์เปรียบเสมือนยาที่ทานยาและดื้อเหมือนคนดื้อยา
การทำแอมเวย์ในปัจจุบันแล้วประสบความสำเร็จเป็นหลักแสนเป็นสิ่งที่ยากมากๆๆๆๆถึงมากที่สุดเนื่องจากของมีราคาแพงมาก จึงต้องมีเพื่อนเป็นคนที่รวยจริงๆและใช้สินค้าแอมเวย์





3.หารายได้จากการรับทำ SEO

SEO คืออะไร
Search Engine Optimization คือการทำ Web page ของเราให้ติดอันดับต้นๆของการค้นหาจาก SE(Search Engine) เช่น bing ,yahoo เช่นเราสนใจคำว่ารถยนต์ ผลการค้นหารถยนต์ของเราจะอยู่อันดับ 3 ของผลการค้นหาได้ 1 หน้ามี 10 เวปไซด์

ส่วนวิธีการทำ SEO นั้นผมมี 2วิธีหลัก

1.เปิดเวปไซด์ Wodpress แล้วเขียนบทความมี Anchor text โยงไปยังเวปหลัก

2. ใ้ช้คำสั่ง A href


ส่วนตัวผมเคยทำเวปไซด์ให้คนอื่นๆทั้งฟรีและแบบคิดเงินซึ่งแบบคิดเงินแบบครั้งเดียวผมคิดราคา 400 บาทแล้วจบเลยครั้งนั้น ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจสามารถหาความรู็ในการทำเงินได้ด้วยตนเองโดยไม่มีใครสอนเราเลย


4.การทำ Amazon เป็นนายหน้าขายของผ่านเวปไซด์โดยไม่ต้องง้อคนซื้อให้ซื้อสินค้าโดยจะได้ค่า Commission 4 % จากยอด ซึ่งการเป็นนายหน้าขายแบบนี้ไม่ต้องโทรติดต่อกับคนภายนอกในเวป

www.thaiseoboard.com มีคนรายได้เป็นหมื่น จำนวนหลายท่านแต่สำหรับคนทั่วไปนั้นการทำรายได้ amazon มากกว่า 100 $ ต่อเดือนนั้นเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถของคนทั่วไปมากครับ


5.การทำ CPA เป็นการหารายได้จากการแนะนำคนให้ซื้อประกันภัย หรือแนะนำให้ในการปล่อยเงินกู้ทำให้ได้ค่า Commission เป็นรายได้กับเราซึ่งคล้ายกับทำเวป Amazon ครับ


6.หารายได้จากการทำ Google adsense เป็นการหารายได้จากการขายโฆษณา google adsense ซึ่งหลักในการหารายได้มีดังนี้ครับ

- Content is king ,SEO

ซึ่งการทำ adsense นั้นบทความต้องเป็นเอกลักษณ์คือไม่ได้ไปลอกใครมาหรือว่าอาจจะเป็นนักเขียนก่อนอยู่แล้ว จากนั้นก็มาโปรโมทเวปด้วย เทคนิค SEO เวปเท่านี้ก็จะมีคนคลิกที่ad ของเราแล้วครับ แต่การคลิก ad นั้นถ้าเราโกง google ด้วยการคลิกเองหรือให้เพื่อนคลิกให้ google จับได้ล่ะก็โดน Ban account ก็มีมาแล้วนะครับ เพื่อนผมเองที่ทำ adsense ก็เคยโดนแบน Account มาแล้วนะครับ เพราะให้ผมคลิกให้ทุกครั้งเลยครับเมื่อต่อเนต





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น